ตั้งใจว่าจะดูตั้งแต่ อาทิตย์แรกที่เข้าเพราะถ้าช้าคงโดนสปอยแหลกแน่นอน แต่ก็มีเหตุขัดข้องนิดหน่อยเลยต้องทนฟังสปอยจากคนรอบข้าง (แต่ไม่มากเท่าไหร) เกือบอาทิตย์กว่าจะได้ดู
Movie
Up in the Air
ไปดูมาตั้งแต่หนังเพิ่งเข้าโรง แต่อยากคิดเกี่ยวกับประเด็นในเรื่องต่ออีกสักนิดกับอยากดู The Hurt Locker เทียบก่อน (อู้นั่นเอง)
- ประทับใจกับความสามารถในการสร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูให้เป็นไปตามที่ตัวหนังอยากจะสื่อ
- ต้องขอบคุณบทสนทนาที่สุดจะแหลมคมและเพลงประกอบที่เนียนไปกับภาพ อารมณ์ และความรู้สึก
- โครงเรื่องหลักนั้นดูธรรมดาเหมือนประเด็นที่เกาะอยู่รอบๆ แต่การสื่อออกมานั้นขั้นเทพ
- เดินออกจากโรงรู้สึกอยากออกไปทำตามฝันมาก แต่เหมือนหนังจะทิ้งคำถามไว้ในหัวว่า "ความฝันกับความจริงจะเลือกอะไร?"
- ตอนจบพอจะเดาได้นิดหน่อยแต่ก็แอบลุ้นให้มันไม่จริง
- มีแซวเรื่องความสัมพันธ์ที่เปราะบางเพราะอินเตอร์เน็ตเล็กน้อย
- คอมพิวเตอร์เห็นแต่ของ DELL
- ประโยคที่ชอบที่สุดคือ "เขาจ้างเท่าไหรให้คุณทิ้งตวามฝันของตัวเอง"
Harry Potter and the Half-Blood Prince
ดู แฮร์รี่ พอตเตอร์ ตั้งแต่ภาคแรกจนมาถึงภาคล่าสุดรู้สึกเหมือนนั่งมองท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปตามเวลา จากภาคต้นๆ ที่ดูจะผจญภัยกันสนุกสนานเหมือนเด็กๆ วิ่งไล่จับกันในยามเช้า จนมาเริ่มอึมครึมในภาคที่แล้ว และเข้าสู่ความมืดมิดอย่างสมบูรณ์ในภาคนี้
นางไม้ / Nymph
เรื่อง นางไม้ เล่าถึงความรักที่ดูจะหมดอายุไปแล้วของนพกับเมย์ (พระเอก-นางเอก) ซึ่งนพก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้รักกลับมาดีดังเดิมแต่ก็ดูจะไม่เป็นผลเพราะเมย์ดันไปแอบคบชู้กับเอกซึ่งเป็นเจ้านายของเธอ
UP
- ดนตรีประกอบทำการจับกุมอารมณ์ร่วมของคนดูได้โดยละม่อม
- เนื้อเรื่องนั้นเฉยๆ
- การถ่ายทอดและเรียบเรียงเรื่องราวนั้นส่งความรู้สึกถึงคนดูได้แบบไม่เสียรายละเอียดไปในอากาศระหว่างจอภาพและผู้ชม
- มุกตลกดูแล้วตลก
- โครงหน้านางเอกเหมือนถอดแบบมาจากเรื่องอะไรซักเรื่อง จำชื่อไม่ได้
- กราฟฟิคไม่ขอพูดถึงเพราะไม่รู้จะติอะไร
สรุป : เนื้อเรื่องงั้นๆ แต่ดูแล้วรู้สึกดีจนลืมข้อเสียนั้นไป
ปล. นกอีก๋อย !!