Winter loves song / ฤดูหนาวรักเสียงเพลง

ฟังเพลงอะไรในยามที่อากาศหนาวก็ดูจะเพราะไปหมด แม้แต่เพลงทีเคยรู้สึกเฉยๆ ก็กลับมาทำตัวน่าฟังอย่างบอกไม่ถูก

ปกติแล้วจะเป็นคนค่อนข้างเรื่องมากในการฟังเพลง เพราะรู้สึกว่าเช้าสายบ่ายเย็นนั้นเหมาะกับเพลงที่ต่างกันไป พอโลกหมุนไปครบอีกหนึ่งรอบเพลงเดิมในเวลาเดียวกันของเมื่อวานที่เคยบรรจงเลือกขึ้นมาฟังก็ดูจะไม่เข้ากับวันใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นซะแล้ว

แต่เมื่อสายฝนดูจะเริ่มเหนื่อยจากการทิ้งตัวเองลงเบื้องล่างและลมหนาวกำลังเดินทางมาทำหน้าที่แทน ความเรื่องมากก็ถูกเป่าทิ้งไปและฮาโลวีนของการฟังเพลงก็เริ่มต้นขึ้น

The Winter Effect

ความฝันที่แก่ชรา

A : ร่างกายของเราทรุดโทรมลงทุกวัน ฉันสงสัยว่าจิตใจของเราจะดำเนินรอยตามสิ่งที่มันอาศัยอยู่หรือเปล่า

B : ทำไมเธอถึงถามแบบนั้น

A : ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่อยู่ในระบบการทำงานแบบนี้ ความปรารถนา ความหวัง ความฝันของฉันดูจะเป็นภาพที่เลือนลางไปตามกาลเวลาที่ร่างกายร่วงโรย ไม่เหมือนกับแต่ก่อนที่แม้ร่างกายจะเหนื่อยแค่ไหนแต่เหงื่อที่มากมายก็ไม่เคยดับไฟฝันของฉันได้เลย

B : เธอรู้จักเพลงที่กำลังถูกเล่นอยู่นั่นไหม

A : เพลง A Hard Day's Night ของ The Beatles ที่ยุบวงไปนานแล้วไง

B : ผลงานที่ออกมาเป็นภาพสะท้อนจิตวิญญาณและความฝันของศิลปิน ผลงานเหล่านั้นยังคงอยู่แม้ผู้สร้างสรรค์จะจากโลกนี้ไปนานแล้ว

A : โอเค ฉันพอเข้าใจ แต่ก็มีผลงานอีกมากที่ถูกลืมนี่นา

B : ความฝันที่ถูกลืมโดยเจ้าของ กับฝันที่ถูกทำให้เป็นจริงและถูกลืมโดยผู้อื่น มันต่างกันมากนะ

A : เธอเองก็อยู่ในสิ่งแวดล้อมอันบั่นทอนกำลังใจที่จะมีฝันเช่นเดียวกับฉัน แต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ

B : ฉันเชื่อว่าวิถีธรรมชาติทำให้ร่างกายเราแก่ แต่ไม่มีวันทำให้ความฝันของเราชรา

Be Professional

ดู Band of Brothers แล้วเจอตอนที่มีคำพูดน่าสนใจ

"We salute the rank, not the man."

อ่านแล้วอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้านำบริบทของสถานการณ์ในหนังมาประกอบด้วยแล้วประโยคนี้ก็เป็นทั้งการด่า การสอน และการเตือนสติในเวลาเดียวกัน เพราะในระบบของทหารนั้นทหารชั้นผู้น้อยต้องทำความเคารพผู้มียศสูงกว่าเสมอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องคือทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งเกลียดขี้หน้านายทหารเจ้าของประโยคนี้เลยเดินผ่านโดยไม่ทำความเคารพอะไร ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นความผิดและสามารถลงโทษได้ แต่นายทหารคนนั้นก็เลือกที่จะใช้ไม้อ่อนที่ลุ่มลึกและได้ผลชะงัดแทนการลงโทษที่ก็คงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเท่าไหรนอกจากเพิ่มความเกลียดชัง

ย้อนกลับมาดูตัวเองแล้วสงสัยไม่ได้ว่าทุกวันนี้เรานั่งแก้ปัญหางานหรือปัญหาคนมากกว่ากันแน่

Cat In Action

ซื้อกล้องใหม่มาก็เอามาลองถ่ายแมวเล่นๆ ฟลุคได้ช๊อตแปลกๆ มานิดหน่อย

One-Eyed Cat

ขยิบตาข้างเดียว

Ghosted Cat

มันขยับหน้าตอนถ่ายนิดหน่อย เลยออกจะหลอนนิดๆ

Recompile VirtualBox kernel module in Ubuntu

เวลาเราเปลี่ยน kernel ใหม่ เจ้า VirtualBox ก็ต้องถูกคอมไพล์ส่วน kernel module ใหม่ด้วย โดยใช้คำสั่งนี้

sudo /etc/init.d/vboxdrv setup

ถ้าไม่อยากมานั่งคอมไพล์ใหม่เองทุกครั้งให้ติดตั้ง Dynamic Kernel Module Support (DKMS) เอาไว้ คงต้องรอเปลี่ยน kernel ครั้งหน้าว่าจะทำงานได้จริงหรือเปล่า

Bluetooth file transfer in Ubuntu 9.04

เนื่องด้วยหลังจากทำการติดตั้ง Ubuntu 9.04 บนโน๊ตบุ๊คแล้ว Bluetooth ก็ดูเหมือนจะใชได้ดี เลยทดสอบแค่ส่งไฟล์จากโน๊ตบุ๊คไปหามือถือ แล้วก็ถือว่าผ่าน

เป็นเวลานานกว่าจะมารู้ตัวว่ามันส่งไฟล์จากมือถือเข้าโน๊ตบุ๊คไม่ได้ เลยพึ่งพาพี่กูเกิลเจ้าเก่าหาคาถามาได้ดังนี้

sudo apt-get install gnome-bluetooth bluez-utils python-bluez

เวลาจะใช้ก็เรียกโปรแกรมที่ชื่อ Bluetooth File Sharing ขึ้นมาเป็นอันใช้ได้

ที่ใดไม่มีทุกข์ ที่นั่นไม่มีรัก

A : ทะเลาะกับแฟนมาอีกแล้วสิ

B : ฉันเคยคิดว่าความรักคือการมีความสุขด้วยกัน วันนี้ฉันไม่อาจคิดยังงั้นได้อีกแล้ว

A : ชีวิตเรายืนอ้างว้างอยู่กึ่งกลางกระดานหก ซ้ายมือเธอคือกล่องที่เรียกว่าความทุกข์ ขวามือเธอคือลังใส่ความรัก ยิ่งเธอก้าวเท้าออกไปไขว่คว้าความรักมากเท่าไหร ความทุกข์ก็ยิ่งไหลมากระแทกเธอเร็วยิ่งนั้น

B : แต่ฉันก็ทนเฉยยืนหนาวอย่างเดียวดายไม่ได้

A : นั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องเลือก นั่งบนหนามแหลมผิงเตาไฟในห้องที่อบอุ่น หรือเป็นอิสระจากความเจ็บปวดทั้งมวลในค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงา

B : แล้วเธอเลือกอะไร

A : ฉันยังเป็นมนุษย์ธรรมดา

Where the minimalist comes from

STEVE JOBS AT HOME IN 1982

“This was a very typical time. I was single. All you needed was a cup of tea, a light, and your stereo, you know, and that’s what I had.”

Steve Jobs, 1982

from THE DIGITAL JOURNALIST

Katsu King at Digital Gateway

ไปกินข้าวหน้าหมูทอดที่ร้าน Katsu King ใน Digital Gateway มา (มารู้ทีหลังว่ามีอีกสาขาอยู่ที่ สุขุมวิท 39) เมนูก็จะเป็นของทอดทั้งหลาย และเสริฟเป็นชุดที่ประกอบด้วย อาหารจานหลัก เครื่องเคียง สลัดมันฝรั่ง ซุปมิโสะ ข้าวสวย และของหวานที่เป็นไอศครีม โดยข้าวสวยเติมได้ไม่อั้น

Read the rest of this entry »

I just forget why I opened this link

ปกติเวลาเจอลิงค์ที่น่าสนใจผมจะเปิดทิ้งไว้จนกว่าจะมีเวลาไปอ่าน ทำให้บางทีก็ทิ้งไว้นานมากจนลืมไปแล้วว่าเปิดทิ้งไว้เพราะอะไร

ถ้าเป็นเว็บไซต์หรือบทความที่ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเกิดต้องอาศัย context บางอย่างเพื่อที่จะเข้าใจแล้วล่ะก็ จะเกิดอาการงงทันทีว่าเราเปิดทิ้งไว้ทำไมนะ

ถึงจะแก้ปัญหาได้ด้วยการบันทึกเป็นบุ๊คมาร์คแล้วใส่ข้อมูลเพิ่มเติมกำกับลงไป ก็เป็นวิธีที่ใช้แรงเยอะอยู่ดี ทำไปได้ซักระยะคงจะเลิกทำแน่นอน เลยลองคิดหาวิธีที่น่าจะสะดวกกว่านี้ที่จะทำให้รู้ว่าเปิดลิงค์นี้ขึ้นมาทำไม

ในการแสดงผลการค้นหา ระบบจะแสดงผลลัพธ์โดยมีข้อความรอบคำที่เราใช้ค้นหา เพื่อให้เราตัดสินใจไ้ด้ว่าผลลัพธ์ตรงกับที่เราต้องการจริงๆ หรือไม่ ถ้าเราใช้หลักการเดียวกันนี้มาจับในส่วนที่ว่า ข้อความรอบๆ ลิงค์มีส่วนทำให้เราตัดสินใจกดลิงค์นั้นแล้ว ถ้าเรานำข้อความพวกนั้นมาอ่านทีหลังได้ก็น่าจะแก้ปัญหาการลืมได้ระดับหนึ่ง

หลังจากพยายามทำให้ขั้นตอนง่ายที่สุดแล้วก็ได้แนวคิดคร่าวๆ ว่า เวลากดลิงค์แล้วข้อความบางส่วนรอบๆ ลิงค์จะถูกเก็บเอาไว้ซักที่ในเบราเซอร์ เวลาเราลืมว่าเปิดหน้าเว็บนี้ไว้ทำไมก็แค่เรียกข้อความที่เกี่ยวข้องกับหน้าเว็บนั้นขึ้นมาดู

ลองหาใน plug-in ของ firefox แล้วดูเหมือนยังไม่มีใครทำ ถ้าว่างๆ แล้วน่าจะลองทำดู